การปฏิวัติวิทยาศาสตร์, อุตสาหกรรม

การปฏิวัติวิทยาศาสตร์
นับตั้งแต่มนุษย์ก้าวเข้าสู่สมัยใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 15-18 ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่เท่ากับการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16-17 จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์คือ การค้นพบทฤษฎีสุริยจักรวาล ของ นิโคลัส โคเปอร์นิคัส (ค.ศ.1473-1543) นักวิทยาศาสตร์ชาวโปแลนด์ ผู้แสดงความคิดว่าดวงอาทิตย์และคำสอนของพระในศาสนาคริสต์ที่เชื่อว่า พระเจ้าสร้างโลก สร้างดวงอาทิตย์ โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

แนวคิดทางปรัชญาทั้ง 2 แนวได้นำไปใช้ในสังคมมนุษย์ ทั้งในด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจ ในยุคการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ จึงได้ชื่อว่า ยุคแห่งเหตุผล (Age of Reason) หรือ ยุคแห่งภูมิธรรม (The Enlightenment) ทำให้เกิดความก้าวหน้าในวิทยาศาสตร์ด้านต่างๆ เช่น ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ รวมทั้งการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผมมายังสังคมมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

การปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution)
การปฏิวัติอุตสาหกรรม หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงวิธีการและระบบการผลิตจากการใช้แรงงานคนและสัตว์รวมทั้งพลังงานตามธรรมชาติ มาเป็นการใช้เครื่องมือและเครื่องจักรกลแบบง่ายๆ จนถึงแบบสลับซับซ้อน ทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพรวดเร็วขึ้น

สาเหตุของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
- ความก้าวหน้าของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์
- การสำรวจค้นพบทางทะเลทำให้พบดินแดนใหม่ๆ
- จำนวนประชากรเพิ่มมาขึ้น ความต้องการสินค้ามีมากขึ้น
- ระบบเงินทุนและการธนาคารที่ก้าวหน้ามั่นคงขึ้น

พัฒนาการของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
การปฏิวัติอุตสาหกรรม เริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษ โดยเริ่มต้นจากการปฏิวัติเกษตรกรรม แล้วได้ขยายตัวออกไปสู่วงการต่างๆ และประเทศในยุโรปอย่างกว้าขวาง

ผลงานการค้นคว้าที่สำคัญของนักประดิษฐ์เครื่องจักรกลที่สำคัญ
- จอห์น เคย์ ประดิษฐ์กี่กระตุกช่วยให้การทอผ้าเร็วขึ้นเป็นสองเท่า
- เจมส์ ฮาร์กรีฟส์ ประดิษฐ์เครื่องปั่นด้ายให้ชื่อว่า "Spinning Jenny"
- ริชาร์ด อาร์คไรท์ ประดิษฐ์เครื่องปั่นด้ายโดยใช้พลังน้ำมีชื่อว่า "Water Frame"
- แซมมวล ครอมป์ตัน ประดิษฐ์เครื่องปั่นด้ายมีชื่อว่า "Mule"
- เอไล วิทนี ประดิษฐ์เครื่องแยกเมล็ดฝ้ายออกจากใย
- เจมส์ วัตต์ สามารภนำพลังงานไอน้ำมาใช้กับเครื่องจักรกล และได้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างแพร่หลาย
- เฮนรี คอร์ท ค้นพบวิธีทำถ่านหินให้บริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิงในการหลอมเหล็ก
- ยอร์ช สตีเฟนสัน ประดิษฐ์หัวรถจักรไอน้ำ "Rocket"
- โรเบิร์ต ฟุลตัน นำพลังงานไอน้ำมาใช้กับเรือ
- แซมมวล คูนาร์ต สามารถเดินเรือกลไฟข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคได้

การปฏิวัติอุตสาหกรรมแบ่งออกเป็น 2 สมัย คือ
สมัยแรก ได้ชื่อว่า สมัยแห่งพลังงานไอน้ำ มีลักษณะสำคัญคือ
- ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน
- เน้นวงการอุตสาหกรรมทอผ้า
- เริ่มนำเหล็กเข้ามาเป็นพื้นฐานการผลิต

สมัยที่สอง ได้ชื่อว่า สมัยแห่งอุตสาหกรรมเหล็กกล้า มีผลงานที่สำคัญคือ
- การผลิตเหล็กกล้าแทนเหล็กธรรมดา
- การใช้ก๊าซ ไฟฟ้า และน้ำมันเป้นพลังงานแทนถ่านหิน ได้แก่ ผลงานของไมเคิล ฟาราเดย์ ผู้ประดิษฐ์ไดนาโม โธมัส เอดิสัน ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า
- การนำเครื่องจักรอัตโนมัติมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิต
- ความก้าวหน้ทางอุตสาหกรรมเคมี
- การผลิตโลหะเบาและโลหะผสมเหล็ก
- ความก้าวหน้าในวงการคมนาคมขนส่งและการสื่อสาร โดยมีการประดิษฐ์ยานพาหนะใหม่ๆ เช่นรถยนต์ เครื่องบิน โยวิลเบอร์และออร์วิลล์ ไรท์ การขยายตัวในวงการสื่อสารโดย อเล็กซานเดอร์ แกรแฮม เบลล์ ประดิษฐ์เครื่องโทรศัพท์ และ กูกิลโม มาร์โคนี ประดิษฐ์วิทยุโทรเลข
- การขยายตัวขององค์การเงินทุนซึ่งสืบเนื่องมาจากการดำเนินงานธุรกิจที่ออกมาในรูปบริษัท จึงทำให้เกิดการระดมทุนซึ่งจำเป็นกู้ยืมจากธนาคารและองค์การเงินทุนต่างๆ

ผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ
ในด้านเศรษฐกิจ
- เกิดระบบโรงงาน
- เกิดระบบนายทุน
- เกิดการขยายตัวทางอุตสาหกรรมและเพิ่มรายได้ของประชากร
- ก่อให้เกิดความเจริญทางด้านการคำระกว่างประเทศ และมีการแข่งขันกันเพื่อความยิ่งใหญ่
- ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันทางเศรษฐกิจ
- เกิดความเหลื่อมล้ำกันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศและทำให้มีประเทศด้อยพัฒนาและประเทศพัฒนาเกิดขึ้น

ในด้านสังคม
- จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น
- เกิดเมืองใหญ่และแหล่งอุตสาหกรรม
- สภาพความเป็นอยู่และการทำงานของกรรมกรไม่ดี เกิดปัญกาแหล่งเสื่อมโทรม
- เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคม มีชนชั้นกลางและชนชั้นกรรมาชีพในสังคม
- มีการใช้เครื่องจักรเป็นเครื่องมือในการทำสงคราม

ในด้านการเมือง
- ชนชั้นกลางได้อำนาจทางการเมือง
- กรรมกรได้รับการเลื่อนฐานะเป็นกำลังสำคัญทางการเมืองภายหลังการก่อตั้งสหบาลกรรมกร (Trade Union หรือ Labour Union) แล้วซึ่งต่อมาได้ก้าวไปสู่การก่อตั้งพรรคกรรมกรขึ้น
- รัฐบาลได้ช่วยเหลือในการปรับปรุงความเป็นอยู่ของกรรมกรให้ดีขึ้น
- เกิดลัทธิจักรวรรดินิยม อันสืบเนื่องมาจากความต้องการตลาดการค้าเพิ่มขึ้น

ในด้านสติปัญญา ได้เกิดแนวความคิดที่แตกต่างกัน 2 ลัทธิ คือ
- ลัทธิเสรีนิยม (Liberalism) ผู้ก่อตั้งลัทธินี้คือ อดัม สมิธ เขาเน้นในเรื่องการดำเนินงานธุรกิจการค้าแบบเสรี (Laissez Faire) โดยรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องน้อยที่สุด
- ลัทธิสังคมนิยม (Socialism) ผู้ก่อตั้งลัทธินี้คือ คาร์ลมาร์กซ์ ซึ่งเขาเน้นในการที่ให้รัฐบาลเป็นเจ้าของกิจการสำคัญ เช่น เหมืองแร่ รถไฟ ส่วนกิจการเล็กๆ ให้เอกชนเนินการเอง นักสังคมนิยมที่สำคัญนอกจากมาร์กซ์ ได้แก่ โรเบิร์ต โอเวน, ฟรีดิช เองเกลส์

edit @ 14 May 2008 22:53:45 by ◄Š†ÜÞïÐ►╬═►GµLLUJค์ว้Ø€◄

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#7 By เกษตร (203.172.120.53) on 2011-05-11 11:20

ตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม สภาพแวดล้อมโลกเปลี่ยนไปเยอะเลย

#6 By การเกษตร (112.142.134.148) on 2010-07-26 17:48

#5 By (125.25.86.213) on 2009-10-10 12:22

ขอบคุนงับ

#4 By lด็nD (125.25.86.213) on 2009-10-10 12:22

-v[

#3 By bank_yongyoot2533 on 2009-06-29 15:27

ถ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิวัติวิทยาศาสตร์มากกว่านี้ก็จะดีมากๆเลยนะค่ะ

#2 By (117.47.3.222) on 2009-06-19 17:00

ดีconfused smile

#1 By bank_yongyoot2533 on 2008-05-14 21:28